คอร์รัปชันแบบ 2B

รสนา โตสิตระกูล
อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ
11กรกฎาคม 2557

 

ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตอนที่ไปร่วมประชุมมูลนิธิเมืองไทยใสสะอาดเมื่อเดือนที่แล้ว ท่านพูดว่า คอร์รัปชันสมัยนี้ไปลึก เป็นคอร์รัปชันแบบ2B

ดิฉันถามท่านว่า 2B คือรหัสลับอะไรหรือคะ?

ท่านตอบว่า 2B ก็มาจาก Bribery กับ Blackmail ไง คือ กระบวนการคอร์รัปชัน จะเริ่มด้วยการติดสินบน วิธีการติดสินบนก็มีหลายรูปแบบ เช่นการให้เงินให้ทอง ให้ผลประโยชน์ ให้การดูแลรับใช้ทำให้อย่างน้อยก็เกรงอกเกรงใจกัน ต่อมาก็ชวนมาเข้าร่วมทุจริตรับผลประโยชน์ด้วยกันเป็นเครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์เดียวกัน

ทีนี้ถ้าใครตกหลุมแรกคือไปรับผลประโยชน์ หรือไปเข้าร่วมขบวนทุจริตเสียแล้ว ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการติดหล่มนี้ได้ ใครขืนคิดจะแยกตัว หรือเปิดเผยความจริง ก็จะเจอ “การแบล็คเมล์”คือจะถูกแฉ ถูกเปิดโปง จนอาจจะเสียชื่อเสียง หรือติดคุกติดตะรางไปเลย

ดิฉันเห็นจริงด้วย เพราะเคยมีนักการเมืองบางคนที่คิดจะเอาใจออกห่างจากกลุ่มการเมืองทุจริต ก็จะถูกตรวจสอบคดีที่ตนเองมีส่วนร่วมทุจริต จนในที่สุดต้องสยบยอมแพ้ ปิดปากเงียบต่อไป

การทุจริตแบบ2B จึงเป็นหลักประกันให้ผู้มีส่วนร่วมทุจริตช่วยกันปกปิดความลับอย่างสนิท ไม่เปิดโปงซึ่งกันและกัน

ใครก็ตามที่คิดจะแก้ปัญหาการทุจริต จึงต้องระมัดระวังไม่ปล่อยตัวไปตกหลุมรับผลประโยชน์ จึงจะสามารถตรวจสอบการทุจริตได้อย่างแท้จริง

อุปมาว่าการทุจริตเหมือนอ่างน้ำที่มียาพิษร้ายแรงผสมอยู่ คนที่คิดจะจัดการกับการทุจริต เหมือนเอามือจุ่มลงไปในอ่างยาพิษนั้น เมื่อไหร่ที่มือนั้นมีแผล ยาพิษจะแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดไปที่หัวใจ ทำให้ตายได้ทันที ดังนั้นใครที่คิดจะเอามือจุ่มลงในอ่างยาพิษ ต้องระมัดระวังอย่าให้มือมีบาดแผลเป็นลำดับแรก

สิ่งที่ท่านพล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้พูดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2557 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า

” ขอเรียนว่าการย้ายข้าราชการไม่ได้สืบทอดอำนาจ หรือเปลี่ยนกลุ่มผลประโยชน์ แต่เป็นการแก้ไขผลประโยชน์ทับซ้อน และการทุจริต โดยเป็นการยากที่จะคัดสรรบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองยุคใดเข้ามาบริหารได้ ฉะนั้นถ้าเราตั้งใหม่ไปแล้ว และทำงานไม่ดี ก็ต้องปรับใหม่ตลอด”

ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในธุรกิจพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ข้าราชการระดับสูงที่มีหน้าที่กำกับนโยบายของกลุ่มธุรกิจพลังงาน เมื่อเข้าไปนั่งรับผลประโยชน์โบนัสจากกำไร หรือจากการถือหุ้นจำนวนมากของกลุ่มธุรกิจพลังงาน จึงไม่อาจกำกับนโยบายที่ให้ประโยชน์กับประชาชนได้ แต่กลับออกนโยบายเพื่อช่วยให้ธุรกิจพลังงานมีกำไรเพิ่มขึ้นเพื่อสนองต่อผู้ถือหุ้น แม้จะขาดหลักรัฐาภิบาลและประชาภิบาล ในขณะที่ประชาชนต้องทุกข์ยากลำบากจากราคาพลังงานที่แพงขึ้นเพราะการผูกขาด ไม่ใช่กลไกตลาดอย่างที่อ้างกัน และการให้ท้ายจากผู้มีอำนาจในทุกรัฐบาล ข้าราชการที่เข้าไปนั่งเป็นตัวแทนของรัฐ และประชาชนที่ถือหุ้น 51% ไม่เคยกำหนดนโยบาย ที่ปกป้องประชาชนเลย จึงมีคำถามว่าเพราะเกิดจากผลประโยชน์ทับซ้อน ใช่หรือไม่?

สิ่งที่ท่านประธาน คสช. พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชาพูดถึงการแก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจึงควรมี”รูปธรรม” ที่ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าท่านมีเจตจำนงดำเนินการตามนั้นจริง

สมัยที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามปกติ รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปนั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจใดอยู่แล้ว แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพลังงานไปนั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นส่วนข้างมากของฝ่ายรัฐ ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนเหล่านี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงกำหนดนโยบายที่เอื้อกลุ่มทุนธุรกิจเอกชนมากกว่าปกป้องประชาชนตลอดมา

ดังนั้นในขณะนี้ที่อยู่ในยุคสมัยของการรัฐประหาร อำนาจรัฐาธิปัตย์อยู่ในมือของ คสช.โดยสมบูรณ์ เรื่องธรรมาภิบาลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จะเป็นเครื่องแสดงรูปธรรม ที่ท่านประธานคสช.ได้ประกาศอย่างชัดแจ้งว่าการทำรัฐประหารของท่าน “ไม่ใช่การเปลี่ยนกลุ่มผลประโยชน์” แต่เพื่อทำให้บ้านเมืองมีธรรมาภิบาล ปลอดพ้นจากการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นสนิมกัดกินประเทศจนแทบล่มสลาย

หากมุ่งหวังการบรรลุ”เป้าหมาย”ให้บ้านเมืองมีธรรมาภิบาล “วิธีการ”ก็ต้องมีธรรมาภิบาลด้วย ดังนั้นการตั้งรอง คสช.ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าระดับรองนายกรัฐมนตรี ถึง2ท่านเข้าไปเป็นบอร์ดใน ปตท. จึงขัดแย้งต่อสิ่งที่ท่านประธานคสช.ได้ระบุว่าจะจัดการกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในบ้านเมือง เพราะอำนาจของคสช.ควรเป็นอำนาจที่ใช้กำหนดนโยบายและการกำกับจากภายนอกองค์กร ไม่ควรเข้าไปซ้อนอยู่ในระดับปฎิบัติการด้วย ดังที่ผู้บริหารในปตท.มักอ้างเสมอว่า ” ปตท. เป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบาย”

หากปล่อยให้ผู้กำหนดนโยบายเข้าไปรับผลประโยชน์จากการกำหนดนโยบายของตน ก็อาจจะถูกเพ่งเล็งและครหาจากประชาชน จนขาดความเชื่อมั่นในคสช.ได้

จึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานคสช.ด้วยความจริงใจว่า ปรารถนาจะเห็นคณะคสช.ได้ใช้โอกาสที่บ้านเมืองว่างเว้นจากรัฐธรรมนูญ กระทำการแก้ไขสิ่งผิดที่นักการเมืองในอดีตดำเนินการเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงาน และองค์กรด้านพลังงานที่ครอบครองสาธารณสมบัติของชาติ แต่ทำเพื่อผลได้ของเอกชนเป็นหลัก และ หวังว่าคสช.จะไม่ดำเนินการในสิ่งที่กลุ่มทุนพลังงานต้องการ แต่ทำไม่ได้ในครั้งที่ยังมีรัฐธรรมนูญอยู่ จึงหวังอาศัยโอกาสทองที่บ้านเมืองว่างเว้นจากรัฐธรรมนูญ ผลักดันให้ผู้ถือรัฐาธิปัตย์ในขณะนี้ดำเนินการ อันได้แก่

1) กลุ่มทุนเสนอให้คสช.ขายหุ้นปตท.เพื่อไม่ให้รัฐถือหุ้นใหญ่ในปตท.ข้ออ้างคือเพื่อไม่ให้นักการเมืองเข้ามาล้วงลูก เพราะจะทำให้ปตท.ขาดทุนเหมือนการบินไทย ดิฉันขอย้ำว่ากรณีของปตท.แตกต่างจากการบินไทย เพราะปตท.ยังครอบครองสาธารณสมบัติที่ได้มาโดยอำนาจมหาชนที่มีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่นระบบท่อส่งก๊าซ ระบบท่อส่งน้ำมัน ทั้งบนบกและในทะเล และทรัพย์สินอื่นที่ทำให้ปตท.มีอำนาจผูกขาดธุรกิจพลังงานเหนือกว่าเอกชนรายอื่น เป็นสิ่งที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยสั่งให้คืนหลวงแต่ปตท.คืนไม่ครบ

การแปรรูปรอบ2 เพื่อให้ปตท.เป็นเอกชน100% ทำไม่ได้ในขณะที่มีรัฐธรรมนูญอยู่ เพราะตามรัฐธรรมนูญ2550 มาตรา 84(11) ระบุว่า”การดำเนินการใดที่เป็นเหตุให้โครงสร้าง หรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อความมั่นคงของรัฐตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดจะกระทำมิได้”

สิ่งที่กลุ่มทุนพลังงานหวังจะให้ คสช.ดำเนินการในช่วงปลอดรัฐธรรมนูญ คือการอนุมัติขายหุ้นปตท.เพื่อให้ปตท.เป็นเอกชน 100% พร้อมกับสาธารณสมบัติของชาติ ซึ่งหากมีการดำเนินการเช่นนั้นจริง จะทำให้ปตท. มีอำนาจผูกขาดโดยสมบูรณ์ทั้งที่เป็นเอกชน และหน่วยงานรัฐจะไม่สามารถตรวจสอบการดำเนินงานของ ปตท.ได้อีก

2) กลุ่มทุนเสนอให้คสช.อนุมัติแยกระบบท่อส่งก๊าซมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อลดการผูกขาดของปตท.

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ระบบท่อส่งก๊าซและทรัพย์สินอื่นที่ได้มาโดยอำนาจมหาชน ที่มีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ศาลปกคองสูงสุดสั่งให้ปตท.คืนให้กับรัฐ แต่ปตท.ยังคืนไม่ครบ ซึ่งสตง.ตรวจสอบแล้วพบว่าท่อส่งก๊าซในทะเลยังไม่ได้คืนทั้งหมด

หากมีการแยกระบบท่อส่งก๊าซมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ ท่อส่งก๊าซทั้งระบบจะต้องกลับมาเป็นกรรมสิทธิของรัฐ บริษัทที่จัดตั้งขึ้นต้องมีรัฐเป็นเจ้าของ 100% และทรัพย์สินที่มีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติ ไม่สามารถนำไปแปรรูป จึงไม่สามารถตั้งบริษัทท่อก๊าซเพื่อนำไปซื้อขายในตลาดหุ้นอีก

3) คสช.ไม่ควรอนุมัติการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21 ก่อนที่จะแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบสัมปทาน ที่รัฐยกกรรมสิทธิทั้งปิโตรเลียม ข้อมูลทางธรณีวิทยาต้นฉบับทั้งหมด รวมทั้งข้อมูลปริมาณสำรองของจริงและอุปกรณ์การผลิตให้กับเอกชน ทั้งนี้จนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ให้เป็นระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตที่นำกรรมสิทธิ์ ทั้ง3 ประการกลับมาเป็นของรัฐเสียก่อน

4) คสช.ควรยกเลิก MOU 2544 เรื่องข้อตกลงส่วนแบ่งปิโตรเลียมในพื้นที่พิพาทในอ่าวไทย จนกว่าจะมีการกำหนดเขตแดนที่ถูกต้องตามกฎหมายทะเลเสียใหม่ ไม่ควรรีบเจรจาตามความต้องการของกลุ่มทุนพลังงานในขณะที่ไม่มีกฎหมายมาตรา 190 ในรัฐธรรมนูญ

5)ปัญหาธรรมาภิบาลของกองทุนน้ำมันที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินเคยท้วงติงว่าอาจผิดกฎหมายการคลังว่าด้วยการเก็บภาษี รวมทั้งปัญหาความโปร่งใสของกองทุนอนุรักษ์พลังงานด้วย ว่าที่ผ่านมาได้นำเงินกองทุนไปใช้จ่ายอย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องเปิดเผยให้ประชาชนผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนโดยตรงได้รับรู้และตรวจสอบว่ากองทุนก้อนโตเหล่านั้นโดยแท้จริงแล้วเอาไปทำอะไรกันแน่

ในท้ายที่สุดนี้ กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทยขอเรียกให้รัฐบาลคสช.ยับยั้งบอร์ดปตท.มิให้ดำเนินการไปตามข้อเสนอของกลุ่มทุนพลังงานดังกล่าว จนกว่าจะจัดตั้งสภาปฏิรูป ซึ่งมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางจากประชาชน ผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรปิโตรเลียมและเจ้าของอธิปไตยของประเทศ มิใช่ฟังแต่เพียงกลุ่มคนไม่กี่กลุ่ม เช่น กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน หรือกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทยที่ดิฉันสังกัดอยู่ก็ตาม

ดิฉันขอทบทวนความจำว่า ก่อนหน้านี้ในหลายวาระ บุคคลผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน(ซึ่งบัดนี้ได้เป็นประธานบอร์ดปตท.เรียบร้อยแล้ว) เคยประกาศข้อเสนอดังกล่าวผ่านสื่อต่างๆ โดยยินดีให้นำข้อเสนอของกลุ่มตนเข้าสู่เวทีการแลกเปลี่ยนของสภาปฏิรูป ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะเป็นการยุติธรรมกับฝ่ายต่างๆทั้งที่เป็นประชาชนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงโดยตรงจากราคาพลังงาน รวมทั้งผู้ประกอบการต่างๆเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง

ทุกฝ่ายรวมทั้งสื่อมวลชนที่กำลังจับตาอยู่ ไม่มีใครอยากเห็นภาพที่ประชาชนถูกมัดมือชกอย่างสะบักสะบอมก่อนขึ้นสู่สังเวียนสภาปฏิรูปประเด็นพลังงานภายในไม่ถึง3เดือนข้างหน้านี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s